5 ขั้นตอน ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียน

การพัฒนาตนเอง การเรียน

มนุษย์เราต้องเรียนรู้อย่างมีประสิทธิผลและมีประสิทธิภาพเพื่อที่จะได้สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วเมื่อพบกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ บทความนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะอธิบายขั้นตอนในการหาวิธีเรียนรู้เพื่อช่วยให้เราค้นพบและใช้เทคนิคในการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้นจนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้อย่างรวดเร็วและมีคุณภาพ วิธีที่จะแนะนำนี้สามารถนำไปประยุกต์กับการเรียนรู้อะไรก็ตามที่เราจำเป็นต้องทำเพื่อเพิ่มความรู้ รวมทั้งจะแนะนำวิธีการช่วยเพิ่มพลังสมองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราสามารถช่วยให้สมองจดจำข้อมูลได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการหันมาดูแลสุขภาพของตนเอง การใช้เทคนิคเรียนรู้เพื่อจะได้รู้วิธีการเรียนอันเหมาะสมสามารถช่วยให้เรารู้วิธีการที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดูแลสุขภาพของตนเอง

การพัฒนาตนเอง

เรียนรู้อยู่เสมอ คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน หรือการงาน ต่างเป็นคนที่ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ไม่เป็นคนหยุดนิ่ง แต่จะเป็นคนที่ติดตาม ใส่ใจ และคอยศึกษาหาความรู้ในสิ่งใหม่ๆ ที่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเทคโนโลยี ข่าวสารต่างๆ และพยายามนำเอาความรู้ใหม่ๆ นั้นมาใช้ในการทำให้ตนเองประสบความสำเร็จในชีวิต คนที่หยุดเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ก็เปรียบเสมือนคนที่กำลังล้าหลัง และเดินถอยหลังไปเรื่อยๆ

การพัฒนาตนเอง การเรียน มีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน คนที่ประสบความสำเร็จ จะมีการกำหนดเป้าหมายความสำเร็จไว้อย่างชัดเจน และเห็นภาพตัวเองว่าประสบความสำเร็จอย่างไร แบบใด นอกจากมีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว ยังต้องมีแผนปฏิบัติการเพื่อทำให้ตนเองไปสู่เป้าหมายที่เราต้องการได้ คนที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ มักจะกำหนดเป้าหมายแบบลอยๆ บางคนอาจจะมีเป้าหมายที่ชัดเจนก็จริง แต่คนเหล่านี้ ไม่เคยมีการลงมือทำอะไรที่มันสอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนดไว้เลย เป้าหมายก็เลยกลายเป็นแค่ความฝันลมๆ แล้งๆ เท่านั้น ไม่สามารถที่จะเป็นจริงขึ้นมาได้

5ขั้นตอนในการเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียน

       1.จดบันทึก. การจดบันทึกเป็นวิธีการที่ดีเยี่ยมอีกวิธีการหนึ่งที่จะช่วยให้เรายังคงจดจ่อกับเนื้อหาที่เราได้เรียนรู้เป็นครั้งแรก การจดบันทึกไม่            เพียงบังคับให้เราต้องคิดถึงเนื้อหาที่เรียนรู้อยู่เท่านั้น ยังให้กรอบที่ช่วยในการทบทวนบทเรียนภายหลังอีกด้วย

 

  1. มีส่วนร่วมในชั้นเรียน. กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ การมีส่วนร่วมในชั้นเรียนไม่เพียงช่วยให้เรามีสมาธิเท่านั้น แต่ยังช่วยให้สมองซึมซับข้อมูลได้ดีขึ้นเพราะต้องใช้ประสาทสัมผัสหลายด้าน ไม่ใช่แค่การนั่งฟังใครบางคนพูดเฉยๆ มีวิธีการมากมายที่จะทำให้เรามีส่วนร่วมในชั้นเรียนตั้งแต่ทำงานกลุ่มไปจนถึงการถามตอบในชั่วโมงเรียน

 

  1. เรียนรู้ในแบบที่ตนเองถนัด. รูปแบบการเรียนรู้เป็นวิธีการเรียนรู้ในแบบต่างๆ ที่ทำให้สมองของเราซึมซับข้อมูลได้ดีที่สุด ถึงแม้รูปแบบการเรียนรู้จะมีมากมายหลายแบบ แต่จะมีแค่หนึ่งหรือสองแบบเท่านั้นที่เหมาะสมกับเรามากที่สุด เราสามารถทำแบบทดสอบทางอินเตอร์เน็ตได้เพื่อประเมินว่าตนเองถนัดการเรียนรู้แบบไหน แต่ถ้าเรามีคุณครูคอยช่วยเหลือ พวกท่านอาจสามารถช่วยให้เรารู้ว่าตนเองถนัดการเรียนรู้แบบไหน เราอาจขอให้คุณครูช่วยปรับรูปแบบการสอนให้เหมาะสมกับรูปแบบการเรียนรู้ที่เราถนัดก็ได้

 

  1. ใช้วิธีเรียนรู้ให้เหมาะสมกับแต่ละวิชา. วิชาต่างๆ มีวิธีการเรียนรู้ไม่เหมือนกัน เราจึงอาจใช้วิธีการเรียนรู้ไม่เหมาะสมกับตัววิชาก็ได้ ฉะนั้นการปรับวิธีเรียนรู้ให้เหมาะสมกับแต่ละวิชาจะช่วยให้สมองของเราเรียนรู้ได้เร็วขึ้น

 

  1. ทบทวนบทเรียนให้เร็วที่สุดและบ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้. ยิ่งเราทบทวน เราก็ยิ่งได้เรียนรู้มากขึ้น ฉะนั้นการหมั่นทบทวนบ่อยๆ จึงเป็นความคิดที่ดี ยิ่งทบทวนบทเรียนเร็ว ก็ยิ่งจำเนื้อหาทุกอย่างได้ง่าย ฉะนั้นเราจึงไม่ควรรอให้เหลือสองสามวันก่อนสอบแล้วค่อยทบทวนบทเรียน ให้เริ่มทบทวนบทเรียนอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ก่อนสอบและทบทวนบทเรียนอย่างต่อเนื่องถ้าเห็นว่าจำเป็น

ความสำเร็จเกิดขึ้นจาก…

ฝึกจัดตารางชีวิต เข้าใจกันดีว่า ในการดำรงชีวิตของเรามักจะมีงานมากมายเต็มไปหมด ไม่ว่าจะงานประจำ งานบ้าน งานอดิเรก ฯลฯ สิ่งที่คนเรามักชอบกล่าวเป็นข้ออ้างคือ “ไม่มีเวลา” มันไม่ใช่เรื่องจริง หากคุณเห็นว่างานนั้นสำคัญจริง คุณจะเวลาทำมันอย่างแน่นอน ดังนั้น พยายามมุ่งความสำคัญไปที่งานสำคัญในชีวิตคุณ เรียนรู้นิยามว่างานไหนควรจะเป็น “งานมีมูลค่า” เช่น งานช่วยพัฒนานตนเองให้ก้าวไปสู้จุดที่ต้องการจะเป็นในระยะยาว เป็นต้น หรือ “งานไม่มีมูลค่า” เช่น งานบ้าน งานทั่วไปที่เราสามารถลดภาระส่วนนี้จ้างคนอื่นทำแทนได้ เป็นต้น

ฝึกมองเป็นภาพ ตามความคิดตนเองจากจุดเริ่มต้นไปจุดจบด้วยภาพ วิธีนี้ช่วยฝึกการทำงานของสมอง 2 ด้าน ภาพหนึ่งภาพสามารถแทนขนวนการทำงานหรือคำพูดได้ดี และจะทำให้คุณมีความจำที่ดีขึ้น เมื่อคุณฝึกฝนไปเรื่อย ๆ นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมสร้างจินตนาการได้ดีอีกด้วย

พร้อมรับมือกับสิ่งไม่คาดคิด สังเกตได้ว่า คนที่เก่งและประสบความสำเร็จ มักจะมีอุปนิสัยอย่างหนึ่งที่เด่นชัดกว่าคนทั่วไป นั้นคือ การแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า หรือการพร้อมรับมือกับสิ่งที่ไม่ได้คาดคิด เพราะเขาทราบดีว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ อย่ามัวแต่ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น จงมองว่าควรจะทำอย่างไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนั้น ฝึกมองสถานการณ์ให้หลากหลายรูปแบบ ฝึกทำงานหรือคิดภายใต้ปัจจัยที่แตกต่างกัน เป็นต้น

ฝึกทำสิ่งที่มีความหมายสำหรับคุณ
สัญญากับตนเองในสิ่งที่ทำให้ตัวคุณเองพัฒนาไปสู่สิ่งที่ต้องการ หรือหาเวลาว่างทำในสิ่งที่ปลุก passion ในตัวคุณขึ้นมาได้ ไม่จำเป็นต้องทำทุกวันทุกเวลา ขอแค่มีเวลาทำอย่างน้อยในช่วงที่คุณรู้สึกกำลังถอยหลังหรือกลัว ดังนั้น พยายามทำสิ่งที่คุณต้องการพัฒนาตนเอง และนั้นจะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าตอนจบจะสวยงามมากน้อยแค่ไหน

ฝึกเป็นคนมนุษย์สัมพันธ์ดี
มนุษย์สัมพันธ์ แสดงออกได้หลากหลายระดับ มองออกว่าจริงใจหรือแกล้งทำ การทำงานประจำหรือการทำธุรกิจส่วนตัว ย่อมต้องมีเครือข่าย connections คุณไม่มีทางรู้ว่าคู้ค้าหรือเพื่อนร่วมงานเป็นคนอย่างไร หากคุณไม่มีมนุษย์สัมพันธ์การเข้าหาสังคม ดังนั้น จงเรียนรู้ทักษะการเข้าสังคม การแสดงความคิดเห็น การพูดคุยเจรจา เพื่อพัฒนาตนเองให้ดูเป็นมืออาชีพและน่าเชื่อถือ

แนวคิดการพัฒนาตนเอง ถือเป็น “ปรัชญาชีวิต” รูปแบบหนึ่งที่ช่วยชี้นำแนวทางให้คุณก้าวเดินไปสู่ความสำเร็จพร้อมๆ กับความสุขในการเรียน ความสำเร็จในหน้าที่การงานที่คุณต้องการนั้นไม่ยาก เพียงคุณเริ่มเปลี่ยนแปลงตนเองโดยการพัฒนารูปแบบการทำงานให้มีความเหมาะสมกับความสามารถ

Post navigation

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *